พวกเราแทบจะทุกคนล้วนต้องเคยผ่านประสบการณ์ที่จมดิ่งลงไปสู่ความยึดมั่นถือมั่นจนไม่อาจหลุด
พ้นได้ หรือถูกพายุแห่งอารมณ์พัดพาไปอย่างไร้ทิศทาง ความขุ่นข้องหมองใจเหล่านี้ ในทางพุทธ
ศาสนานั้นมีชื่อเรียกโดยรวมว่า “กิเลส”
กิเลสเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่รบกวนความสงบทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์
ตลอดจนการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อมนุษย์ชาติซึ่งพุทธ
ศาสนาได้สรุปและวิเคราะห์ไว้อย่างกระชับลุ่มลึก ในบรรดากิเลสทั้ง ๘๔,๐๐๐ ประการ มีพื้นฐานที่
สำคัญทั้งสิ้น ๖ ประการ จึงเรียกว่า “กิเลสขั้นพื้นฐาน” จำแนกเป็น ความโลภ ความโกรธ ความหลง
ความถือตัวถือตน ความลังเลสงสัย และความเห็นผิด
กิเลสขั้นพื้นฐานทั้ง ๖ นี้ มิได้ด ำรงอยู่แยกจำกกันเลย หำกแต่สำมำรถส่งอิทธิพลถึงกันและกันได้
ทั้งสิ้น ตัวอย่ำงเช่น เพรำะควำมไม่รู้ (ควำมหลง) จึงเกิดมิจฉำทิฐิที่เรียกว่ำ “สักกำยทิฐิ” คือ
ควำมเห็นว่ำเป็นร่ำงกำยของตน ท ำให้เกิดควำมก ำหนัดและควำมยึดติดอยู่กับสุขเวทนำที่เกิดขึ้น
ทำงกำย และเมื่อมีสิ่งใดหรือผู้ใดมำขัดขวำงต่อควำมเพลิดเพลินนั้น ก็พลันบังเกิดควำมโกรธขึ้นมำ
ทันทีระหว่ำงกำรเสพสุขนั้น และอำจเกิดกำรเปรียบเทียบแข่งขันกับผู้อื่น คิดอวดโอ้ถือตัวเป็นใหญ่
ด้วยมำนะ อีกทั้งยังเกิดควำมลังเลสงสัย ไม่เชื่อมั่นในเหตุปัจจัยแห่งสุขและทุกข์ตำมกฎแห่งกรรมกิเลสขั้นพื้นฐานทั้ง ๖ นี้ มำร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนภำยในที่ก่อให้เกิดควำมทุกข์ทำงจิตใจ และ
เป็นเชื้อเพลิงให้สังสำรวัฏหมุนเวียนไปอย่ำงไม่หยุดหย่อน กำรรู้จักและกำรท ำควำมเข้ำใจกิเลสขั้น
พื้นฐานทั้ง ๖ นี้ จึงเป็นก้ำวแรกของกำรดับกิเลสทั้งปวง
186 人数