ข่าวสารล่าสุด

“เมื่อวิ่งไปสู่กอหญ้าก็รีบดึงจมูกกลับ"

640.jpeg

“เมื่อวิ่งไปสู่กอหญ้าก็รีบดึงจมูกกลับ"

ในนิกายเซน มักใช้อุปมาเรื่อง “การเลี้ยงวัว” เพื่อแสดงวิธี การเข้าถึงมรรคจิตที่ ปราศจากการ

ปรุงแต่ง (无心) เหมือนที่ครั้งหนึ่ง พระมหาเถระหม่าจู่ (马祖) ได้ถามพระอาจารย์ เซ็นหุ้ยจ้าง 

(慧藏禅师) ว่า “เธอกำลังทำอะไรอยู่หรือ” พระอาจารย์เซ็ นหุ้ยจ้างตอบว่า “กระผมกำลัง

เลี้ยงวัวอยู่ ครับ” พระมหาเถระหม่าจู่ ถามต่อว่า “งั้นเธอเลี้ยงวัวอย่างไร” พระอาจารย์เซ็ นหุ้ย

จ้างก็ตอบว่า “ต่อเมื่อจะรู้สึกว่าวัวจะวิ่งไปที่กอหญ้าก็รีบดึงจมูกมันกลับมา” เมื่อพระมหาเถระ

หม่าจู่ได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่า “ดีมากเธอเลี้ยงวัวเป็น”

การปฏิบัติ ภาวนาในทางเซนก็เช่นเดียวกัน ผู้ปฏิบัติต้องรักษาใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน ต้องหมั่น

ตรวจสอบจิตตนเองอยู่เสมอ เฝ้าดูแลความคิดที่เกิดขึ้นในขณะปัจจุบันให้เหมือนกับการเลี้ยงวัว

คือไม่ปล่อยให้ไปกัดกินต้นกล้าในนาของผู้อื่น เมื่อความคิดใดความคิดหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้อง

รู้ตัวทันที เมื่อรู้แล้ว ความคิดนั้นก็ย่อมดับไปในทันทีเช่นกัน

640-1.jpeg

จิตที่ปราศจากการปรุงแต่ งนั้น ก็คือการกลับเข้ามาพิจารณาดูอารมณ์ ภายในตนอย่างรู้เท่าทัน

ความคิดในแต่ละขณะจิตที่รับรู้ อารมณ์ ซึ่งมีลักษณะเกิดและดับเป็นสังสารวัฏ แต่หากจิตไม่ยึด

ติดในอารมณ์แล้วไซร้ ก็ไม่มีอะไรเกิดดับ นั่นแหละคือ ความหลุดพ้น

ดังที่ พระอาจารย์ เว่ยหล่าง บูรพาจารย์รูปที่ ๖ แห่งนิกายเซ็น (六祖) ได้กล่าวไว้ว่า “แต่ก่อน

เคยหลงคิด นั่นคือปุถุชน ต่อมาเลยได้คิดจนรู้แจ้ง นั่นคือพุทธะ แต่ก่อนจิตยึดติดในอารมณ์ นั่น

คือกิเลส ต่อมาเลยไม่ยึดติดในอารมณ์ นั่นคือโพธิ”

ดังนั้น ผู้ปฏิบัติต้องอาศัยปัญญาอันยิ่งใหญ่ เพื่อทำลายกิเลสในขันธ์ ๕ หากบำเพ็ญเช่นนี้ อย่างมั่นคง ย่อมบรรลุถึงหนทางแห่งการตรัสรู้เป็นพุทธะได้โดยแน่นอน

ขออธิบายเพิ่มเติมอีกสักนิด ในเรื่องปัญหาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “จิต” จิตมี ๒ ชนิด ชนิด

หนึ่งคือ “จิตที่แท้จริง” หมายถึง สภาวะจิตที่รับรู้ความสงบกับความกระจ่างแจ้ง โดยมีความไม่

ว่างเปล่าและไม่ตั้งอยู่เป็นแก่นสาร และมีสภาวะจริงแท้เป็นลักษณะ อีกชนิดหนึ่งคือ “จิตลวง”

หมายถึง สภาวะจิตที่เป็นภาพสะท้อนของอารมณ์ภายนอกและอารมณ์ภายใน ซึ่งเกิดขึ้นทางตา 

หู จมู ก ลิ้น กาย และใจ ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง สัมผั ส และความรู้สึกทางใจ โดยมีความไม่

ตั้งอยู่เป็นแก่นสาร และมีความตรึกตรองที่เข้าไปเกาะเกี่ยวอารมณ์ไว้เป็นลักษณะ

คัมภีร์ มหายานศรัทโธตปาทศาสตร์ ก็ได้กล่าวว่า “ถ้าหากแยกจิตออกจากความคิดแล้วไซร้

ลักษณะแห่งอารมณ์ทั้งปวงย่อมมีมิได้เลย เพราะเหตุนี้เอง ธรรมทั้งปวงจึงแยกจากลักษณะของ

ภาษาและคำพูด แยกจากลักษณะของชื่อเรียกและพยั ญชนะ แยกจากลักษณะของปัจจั ยที่ปรุง

แต่งจิตมาแต่เดิม ท้ายที่สุดแล้วเป็นความเสมอภาคที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอื่น”

ทันทีที่ ได้ บรรลุ ถึงสภาวะแห่งอารมณ์ อันสมบูรณ์แบบเช่นนี้แล้ ว ย่อมปราศจากอุปสรรคเครื่อง

ขวางกั้นทั้งปวงในทุกที่ ทุกสถาน เกิดเป็นความรู้แจ้งแทงตลอดในทุกสิ่งทุกอย่าง ปรากฏเป็น

พลังงานที่ยิ่งใหญ่อยู่ เบื้องหน้า ทุกสรรพสิ่ งล้วนสว่างไสวเจิดจำรัส สิ่งนี้ ก็คือสภาวะแห่งอารมณ์

อันเป็นอิสระที่ไร้อุปสรรค ซึ่งไม่ได้ดำรงอยู่ตามกรอบแห่งกฎเกณฑ์อันใดเลย


182 人数