
วันที่ ๒๔ เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตรงกับวันที่ ๘ เดือน ๔ ปีมะเมียตามปฏิทินจันทรคติจีน เป็นวัน
ประสูติของพระศากยมุนีพุทธเจ้า วัดหลิงหยิ่นซื่อ เมืองหางโจว จึงได้จัดพิธีสรงน้ำพระ เฉลิมฉลองวัน
พุทธประสูติประจำปีมะเมียขึ้น เพื่อขออุทิศส่วนกุศลและขอพรให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล
ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนอยู่ร่มเย็นเป็นสุข พระพุทธรัศมีดั่งดวงตะวันเจิดจำรัส พระธรรมจักร
หมุนอยู่ตลอดกาล

ช่วงเช้าตรู่ เวลาตี ๔.๔๕ นาที คณะสงฆ์ของวัดหลิงหยิ่นซื่อมาประชุมพร้อมกัน ครองจีวรและถือผ้า
นิสีทนะเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ เมื่อได้ยินเสียงกังสดาลแล้ว จึงกราบพระ ๓
ครั้งโดยพร้อมเพียงกัน และร่วมกันสวดพุทธนามว่า “หนา หมอ เปิ่น ซือ ซื่อ เจีย หมอ หนี ฝอ” (ขอ
นอบน้อมแด่พระบรมครูศากยมุนีพุทธเจ้า) อันเป็นการประกอบพิธีอัญเชิญพระรูปของเจ้าชายสิทธัตถ
ราชกุมารจากห้องรับแขกเข้าสู่พระอุโบสถมหาวีรรัตนวิหาร เพื่อประดิษฐานพระรูปของพระกุมารลง
บนอ่างทองคำ ๙ มังกร ซึ่งมีน้ำหอมบรรจุอยู่เต็มอ่าง

ภายในพระอุโบสถมหาวีรรัตนวิหารมีเสียงสวดภาวนาพระนามของพระพุทธเจ้า เสียงเหล่านั้นเหมือน
เสียงของพระพรหมที่ดังกังวานและชัดเจน เหล่ามหาชนตั้งใจสวดพระนามว่า “หนา หมอ เปิ่น ซือ ซื่อ
เจีย หมอ หนี ฝอ” (ขอนอบน้อมแด่พระบรมครูศากยมุนีพุทธเจ้า) พระมหาเถระกวงเฉวียน เจ้าอาวาส
วัดหลิงหยิ่นซื่อเป็นประธานนำกระบวยตักน้ำหอมสรงน้ำพระสุวรรณรูปของพระกุมาร ๓ ครั้ง แล้วจึง
ให้ทุกคนเข้าแถวเตรียมสรงน้ำพระตามลำดับ เพื่อร่วมกันขอพรให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง พระ
สัทธรรมจงดำรงอยู่นาน สรรพสัตว์ทั้งหลายในธรรมธาตุจงห่างไกลจากกิเลสธุลีอันเป็นมลทิน และได้
ประจักษ์ธรรมกายอันบริสุทธิ์โดยฉับพลัน

ตามหลักฐานในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนากล่าวว่า สมัยที่พระพุทธเจ้าประสูติ ณ ประเทศอินเดีย
โบราณ มหารัศมีบังเกิดขึ้นไปทั่วฟ้าดิน ฝนดอกไม้ตกลงมาดาษดื่น ลมได้พัดพาเอากลิ่นหอมกระจาย
ไปทั่วทั้ง ๔ ทิศ องค์พญานาคราช ๙ ตัวพ่นน้ำ เพื่อชำระพระพุทธกายให้สะอาดหมดจด เหล่าทวย
เทพพากันบรรเลงทิพยดนตรี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครง
พระพุทธองค์ทรงประทับยืนเหนือมหาปฐพี ทันทีที่ก้าวพระบาทลง ดอกบัวก็ผุดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ทรงเสด็จพระดำเนินไป ๗ ก้าวในทิศต่าง ๆ คือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือ นิ้ว
พระหัตถ์หนึ่งชี้ขึ้นฟ้า นิ้วพระหัตถ์หนึ่งชี้ลงพื้น พระองค์ตรัสว่า “เหนือฟ้าใต้หล้า มีเพียงเราเท่านั้นที่
เป็นผู้เลิศที่สุด ไตรภูมิล้วนเป็นทุกข์ เราจักยังความสงบให้เกิดขึ้น” ต่อมาพระองค์ก็ได้เสด็จออก
บรรพชาเพื่อบำเพ็ญธรรมสำเร็จอริยผล มหาธรรมเภรีดังสนั่น ฝนแห่งธรรมะที่ยิ่งใหญ่ย่อมยังความชุ่ม
ชื้นแก่ผู้สัมผัส ประโยชน์อันเกื้อกูลจึงบังเกิดขึ้นในหมู่สรรพสัตว์อย่างหาที่สุดมิได้
เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันโอฬารของพระพุทธเจ้า ย่อมต้องเฉลิมฉลองวันพุทธประสูติอัน
เป็นวาระดิถีมงคลนี้ เหล่าพุทธศาสนิกชนคนรุ่นหลังจึงได้จัดให้มีพิธีสรงน้ำพระในวันที่ ๘ เดือน ๔
ตามปฏิทินจันทรคติจีนของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์วันพระพุทธสมภพ
8 人数